Tag: ในหลวง

  • ขอโทษ…ลืมไป…ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลย…

    “ขอโทษ…ลืมไป…ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลย…” ในอดีตพวกนักศึกษาฝรั่งชาวออสซี่ เคยมาดูถูกพ่อหลวงเรา จึงขออัญเชิญ พระราชดำรัสของสมเด็จราชินี ที่ทรงเล่าถึง วิธิกำหลาบฝรั่งไร้มารยาทพวกนี้ ของพ่อหลวงของเรา ว่าสุดสง่างามเพียงไหน… เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จเยือนประเทศออสเตรเลีย พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม – 12 กันยายน ปีพุทธศักราช 2505 นั้น มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ หอประชุมของมหาวิทยาลัย ในครั้งนั้นได้เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดคิด กล่าวคือ นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้แสดงกิริยามารยาทอันไม่บังควรยิ่งต่อพระองค์ แต่พระองค์ได้แสดงออกถึงพระจริยาวัตรอันงดงามในฐานะกษัตริย์ที่ทรงขันติธรรม และพระราชปฏิภาณในมหาสมาคม ทรงปราบความทระนง โอหัง หยาบคายของบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยที่แสดงกิริยามารยาทไร้วัฒนธรรมอันดีงามได้อย่างราบคาบ อาจกล่าวได้ว่านี่คือพระเดชานุภาพที่เปล่งประกายจนทำให้คนเหล่านั้นพ่ายแพ้ด้วยพระราชดำรัสเพียงไม่กี่ประโยค …จึงขออัญเชิญพระดำรัสเล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นมาไว้ในบันทึกนี้เพื่อร่วมกันชื่นชมในพระราชจริยาวัตรของในหลวงซึ่งเป็นพ่อหลวงในดวงใจไทยทุกคน มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นถวายปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่พระเจ้าอยู่หัว พอเราไปถึงมหาวิทยาลัย ก็ต้องเดินผ่านกลุ่มชายหญิงซึ่งเข้าใจว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนั้น มีพวกหนึ่งยืนอยู่นอกหอประชุม ด้านที่เป็นประตูกระจกเปิดอยู่เป็นระยะๆ ทำให้มองเข้าไปเห็นและได้ยินเสียงจากเวทีข้างในได้ กลุ่มนี้บางคนแต่งกายไม่เรียบร้อยเลย แต่กลุ่มอื่นๆ บางพวกก็ดูดี เมื่อข้าพเจ้าตามเสด็จฯ ผ่านจะเข้าไปในหอประชุม บางพวกก็ปรบมือให้ บางพวกก็มองดูเฉยๆ ไม่ยิ้มไม่บึ้ง แต่บางพวกมองดูด้วยสายตาประหลาด แล้วมีการหันไปพูดซุบซิบและหัวเราะกันก็มี ตัวข้าพเจ้าเองก็อดที่จะมองดูเขาอย่างประหลาดใจไม่ได้เหมือนกัน เพราะเห็นว่าท่วงทีที่คนบางคนยืนช่างไม่น่าดูเลย…

  • เรื่องเล่าจากเขาเต่า ปีพ.ศ. 2501

    วันที่ฟ้าโน้มลงมาสู่ดิน พนม ช่อจันทร์ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านเขาเต่า เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขา เมื่อปี พ.ศ.2501 ขณะที่กำลังเล่นสนุกกับเพื่อนอีกสองคน ก็เหลือบไปเห็นรถจี๊ปสีเขียวหลังคาผ้าเต็นท์คันหนึ่ง ติดหล่มอยู่ในขี้เลน มีชายคนหนึ่งขับมาคนเดียว และพยายามขับรถขึ้นจากหล่มอยู่นาน เขาและเพื่อนจึงวิ่งเข้าไปช่วยเข็น ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง กับความพยายามอยู่ร่วมชั่วโมง แต่ยิ่งเร่งเครื่อง ล้อรถก็ยิ่งจมเลนลึกลงไปทุกที สุดท้ายทุกคนก็หมดแรง ต่างหยุดพักแผ่หรากันอยู่ตรงนั้น “หนูเคยเห็นคนนี้ที่ไหน” เสียงของชายเจ้าของรถเอ่ยถาม พร้อมยื่นแบงค์ใบละหนึ่งบาทให้ เด็กชายพนมตอบว่า “เคยเห็นแต่ในแบงค์ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง” ชายคนนั้นถอดหมวกที่สวมอยู่ออก แล้วถามกลับมาอีกว่า “เหมือนเราไหม” วินาทีนั้น เด็กชายทั้งสามรู้แล้วว่าชายที่เขาเห็นแต่งกายธรรมดาผู้กำลังสนทนาอยู่นั้นเป็นใคร ต่างนิ่งอึ้งเข่าอ่อน ทรุดนั่งลงกลางเลน กราบลงแทบพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตรัสว่า… “ลุกขึ้น ลุกขึ้นเถิด อย่านั่งเลย มันเลอะ” จากนั้น พระองค์จึงทรงพระอักษรใส่กระดาษ ให้เด็กชายนำไปส่งให้ครูที่โรงเรียนเทศบาลเขาเต่า ครูได้เห็นจดหมายนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นองค์เหนือหัว แต่ด้วยน้ำจิตน้ำใจแบบไทย เห็นใครเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือ จึงสั่งการเกณฑ์เด็กโตๆ ไปร่วมยี่สิบคน จนในที่สุดรถยนต์พระที่นั่งก็ขึ้นจากหล่มจนได้ ก่อนเสด็จฯ จากไป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตรัสว่า ”ขอบใจมาก”…